คู่มือนายจ้าง | อัปเดต 2569
การเปลี่ยนนายจ้าง
แรงงานต่างด้าว
ทำยังไง? มีเงื่อนไขอะไรบ้าง?
การเปลี่ยนนายจ้างในทางปฏิบัติ คือ การแจ้งเข้า + แจ้งออก โดยนายจ้างเก่ามีหน้าที่แจ้งออก และนายจ้างใหม่มีหน้าที่แจ้งเข้า ภายในระยะเวลาที่กำหนดตามกลุ่มแรงงาน
💡
การเปลี่ยนนายจ้าง = การแจ้งเข้า + แจ้งออก
นายจ้างเก่า → แจ้งออกภายใน 15 วัน | นายจ้างใหม่ → แจ้งเข้าตามกลุ่มแรงงาน
เงื่อนไขการเปลี่ยนนายจ้างแรงงานต่างด้าว
ตาม พ.ร.ก. บริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 (แก้ไข ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2561) มาตรา 51
ระยะเวลาเปลี่ยนนายจ้างแยกตามกลุ่มแรงงาน
กลุ่มบัตรชมพู
ไม่ต้องใช้ใบแจ้งออก จากนายจ้างเดิม สามารถแจ้งเข้านายจ้างใหม่ได้ทันที
กลุ่ม MOU
ต้องมีใบแจ้งออกตัวจริง จากนายจ้างเดิม (กรณีไม่เกิน 15 วัน)
ถ้าเกิน 30 วัน ต้องนำเข้า MOU ใหม่เท่านั้น! เปลี่ยนนายจ้างไม่ได้
(ต่อคน)
(กรณีไม่เคยวาง)
(ระยะเวลา 7 วัน)
เอกสารที่ต้องใช้แจ้งเข้า + แจ้งออก
📥
แจ้งเข้าแรงงาน (นายจ้างใหม่)
📤
แจ้งออกแรงงาน (นายจ้างเก่า)

นิติบุคคล: หนังสือรับรองบริษัท 1 ชุด พร้อมลงนาม + ประทับตรา
ระบบตรวจสอบเอกสาร
ผ่าน QR-CODE
เลือกจ้างบริษัทที่มีระบบตรวจสอบการทำงาน เพื่อติดตามสถานะเอกสารแรงงานต่างด้าวแบบเรียลไทม์ผ่าน QR-CODE
คำถามที่พบบ่อย
การเปลี่ยนนายจ้างแรงงานต่างด้าว
❓ แรงงาน MOU เปลี่ยนนายจ้างต้องใช้เวลาแค่ไหน?
กลุ่ม MOU ต้องเปลี่ยนนายจ้างภายใน 30 วัน นับจากวันออกจากนายจ้างเดิม และต้องมีใบแจ้งออกตัวจริง (อายุไม่เกิน 15 วัน) ถ้าเกิน 30 วัน ต้องนำเข้า MOU ใหม่เท่านั้น ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก
❓ นายจ้างเดิมไม่ยอมแจ้งออกให้แรงงาน ทำอย่างไร?
ตาม พ.ร.ก. 2560 แก้ไข 2561 แรงงานกลุ่มบัตรชมพูไม่จำเป็นต้องใช้ใบแจ้งออก สามารถแจ้งเข้านายจ้างใหม่ได้โดยตรงภายใน 15 วัน ส่วนนายจ้างเก่ายังมีหน้าที่ต้องแจ้งออกเองภายใน 15 วัน หากไม่แจ้งมีโทษตามกฎหมาย
❓ แรงงาน MOU สัญญายังไม่ครบ จะเปลี่ยนนายจ้างได้ไหม?
ได้ครับ แต่ต้องเข้าเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งใน 6 ข้อที่กำหนด โดยเฉพาะกรณีที่นายจ้างใหม่ ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้นายจ้างเดิม (ค่าใช้จ่ายนำเข้าตามสัดส่วนเวลาที่เหลือ) และต้องมีเอกสารหลักฐานการชำระด้วย
❓ เปลี่ยนนายจ้างข้ามจังหวัดได้ไหม?
ขึ้นอยู่กับกลุ่มแรงงาน บางกลุ่มบัตรชมพู ไม่สามารถเปลี่ยนนายจ้างข้ามเขตจังหวัดได้ ส่วนกลุ่ม MOU ส่วนใหญ่สามารถเปลี่ยนข้ามจังหวัดได้ แต่ต้องยื่นเอกสารที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่นายจ้างใหม่ตั้งอยู่ ควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ก่อน
❓ ต้องการบริการแจ้งเข้า-แจ้งออก เปลี่ยนนายจ้าง ติดต่อที่ไหน?
บริษัทฯ ให้บริการทั้งแจ้งเข้าและแจ้งออก ครอบคลุม กทม. และปริมณฑล ค่าบริการรวมค่าธรรมเนียม 1,400 บาท/คน ระยะเวลา 7 วัน ติดต่อ โทร 061-956-4444 หรือ LINE @passportvisa เปิดทำการ จันทร์–เสาร์ 08:00–17:00 น.
ต้องการบริการ
เปลี่ยนนายจ้างแรงงานต่างด้าว?
กทม. + ปริมณฑล: 1,400 บาท/คน · ระยะเวลา 7 วัน · ครบทุกสัญชาติ
✅ ประสบการณ์กว่า 15 ปี
✅ 10,000+ เคสต่อปี
✅ 9 จุดรับเอกสารทั่วประเทศ
แนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการเปลี่ยนนายจ้างของคนต่างด้าวที่นำมาทำงานตาม MOU
ด้วยพระาชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๑ เกี่ยวกับหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงานและนายจ้าง อันเนื่องมาจากการนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ โดยได้เพิ่มเติมหลักการเกี่ยวกับการให้คนต่างด้าวซึ่งผู้รับอนุญาตฯ หรือนายจ้างได้นำเข้ามาทำงานในประเทศเพื่อทำงานนั้นมีสิทธิที่จะเปลี่ยนนายจ้างก่อนครบสัญญาจ้างไว้เป็นการเฉพาะ
เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมการจัดหางานเป็นไปในแนวทางเดียวกัน กรมการจัดหางานจึงวางแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการเปลี่ยนนายจ้างของคนต่างด้าวที่นำมาทำงานตามบันทึกข้อตกลงหรือบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ (MOU) ดังต่อไปนี้
๑. เมื่อคนต่างด้าวได้แจ้งเปลี่ยนนายจ้างก่อนครบสัญญาจ้าง ไม่ว่านายจ้างรายเดิมจะแจ้งการออกจากงานของคนต่างด้าวหรือไม่ก็ตาม หากปรากฎว่าคนต่างด้าวนั้นเป็นคนต่างด้าวที่นำมาทำงานตาม MOU ให้นายทะเบียนแห่งท้องที่จังหวัดอันเป็นที่ตั้งสถานที่ทำงานปัจจุบันของคนต่างด้าว พิจารณาเปลี่ยนนายจ้างให้คนต่างด้าวดังกล่าวได้ก็ต่อเมื่อคนต่างด้าวนั้นพิสูจน์ให้นายทะเบียนเห็นว่าคนต่างด้าวมีสิทธิที่จะเปลี่ยนนายจ้างตามมาตรา ๕๑ ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้
(๑) การที่คนต่างด้าวนั้นออกจากงานเนื่องจากความผิดของนายจ้าง เช่น นายจ้างกระทำทารุณกรรมหรือทำร้ายร่างกายลูกจ้าง นายจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้างหรือกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในสภาพแวดล้อมในการทำงานที่อาจทำให้ลูกจ้างได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือสุขอนามัย เป็นต้น และรวมถึงกรณีนายจ้างเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร นายจ้างเสียชีวิต หรือนายจ้างล้มละลาย
(๒) กรณีได้มีการชำระค่าเสียหายให้แก่นายจ้างรายเดิมแล้ว (อันได้แก่ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการนำคนต่างด้าวนั้นมาทำงานโดยคำนาณตามสัดส่วนของระยะเวลาที่คนต่างด้าวนั้นทำงานไปแล้ว) ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่คนต่างด้าวชำระค่าเสียหายเองหรือกรณีที่นายจ้างใหม่หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้ชำระค่าเสียหายก็ตาม โดยมีเอกสารหรือหลักฐานที่แสดงว่านายจ้างรายเดิมได้รับชำระค่าเสียหายแล้ว
ทั้งนี้ หากคนต่างด้าวไม่สามารถพิสูจน์ให้นายทะเบียนเห็นได้ตาม (๑) หรือ (๒) ให้ถือว่าคนต่างด้าวนั้นไม่มีสิทธิเปลี่ยนนายจ้าง
๒. มาตรา ๕๒ แห่งพระราชกำหนดดังกล่าว ได้กำหนดกรอบระยะเวลาของคนต่างด้าวที่มีสิทธิเปลี่ยนนายจ้างตามข้อ ๑ ไว้ว่าจะต้องทำงานกับนายจ้างรายใหม่ภายในระยะเวลา ๓๐ วัน นับแต่วันที่เลิกทำงานกับนายจ้างรายเดิม ทั้งนี้ หากคนต่างด้าวนั้นเป็นคนต่างด้าวที่นายจ้างเป็นผู้นำเข้ามาทำงานกับตนตามมาตรา ๔๖ นายจ้างรายใหม่จะต้องวางหลักประกันต่ออธิบดีภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่จ้างคนต่างด้าวนั้นด้วย โดยอัตราของหลักประกันของนายจ้างให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อ ๒๒ ของกฎกระทรวงการของอนุญาต การออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และการกำหนดหลักประกันในการนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งยังคงใช้บังคับได้โดยผลของบทเฉพาะกาล มาตรา ๑๔๕ กล่าวคือ กรณีนายจ้างนำคนต่างด้าวมาทำงานไม่เกิน ๙๙ คน ให้วางหลักประกันเป็นจำนวน ๑,๐๐๐ บาทต่อคนต่างด้าว ๑ คน แต่กรณีนายจ้างนำคนต่างด้าวมาทำงานตั้งแต่ ๑๐๐ คนขึ้นไป ให้วางหลักประกันเป็นจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท
๓. ในกรณีที่คนต่างด้าวนั้นไม่มีสิทธิเปลี่ยนนายจ้างตามข้อ ๑ หรือไม่ได้ทำงานกับนายจ้างรายใหม่ภายในกำหนดระยะเวลาตามข้อ ๒ ให้ถือว่าใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวดังกล่าวสิ้นสุดลงนับแต่วันที่คนต่างด้าวออกจากงานหรือพ้นกำหนดระยะเวลาที่จะต้องเปลี่ยนนายจ้างตามข้อ ๒ รวมทั้งถือว่าการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของคนต่างด้าวผู้นั้นเป็นอันสิ้นสุดลงตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง และเมื่อการอนุญาตดังกล่าวเป็นอันสิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมาย ให้ผู้รับอนุญาตฯ หรือนายจ้างรายสุดท้ายแล้วแต่กรณี เป็นผู้มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการจัดส่งคนต่างด้าวกลับไปยังประเทศต้นทางตามนัยมาตรา ๕๓ แห่งพระราชกำหนดดังกล่าว










