มติ ครม. MOU แรงงานไทย-เมียนมา เห็นชอบฉบับใหม่ 5 สิงหาคม 2569_

มติ ครม. MOU แรงงานไทย-เมียนมา ลงนามแล้ว 6 ส.ค. 2569

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ


ครม. เห็นชอบ 5 สิงหาคม 2569
ลงนามแล้ว 6 สิงหาคม 2569

มติ ครม. MOU แรงงานไทย-เมียนมา ฉบับใหม่ เห็นชอบ 5 สิงหาคม 2569 และลงนามแล้ว 6 สิงหาคม

มติ ครม. MOU แรงงานไทย-เมียนมา เปิดกรอบความร่วมมือด้านแรงงานฉบับปรับปรุง เพื่อให้การจัดส่ง การจ้าง และการคุ้มครองแรงงานเมียนมา มีระบบที่ชัดเจน โปร่งใส และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

อัปเดตล่าสุด: ข่าววันที่ 5 สิงหาคมระบุว่าเตรียมลงนามในภายหลัง แต่รัฐบาลไทยยืนยันแล้วว่า ผู้นำทั้งสองประเทศร่วมเป็นสักขีพยานในการแลกเปลี่ยนเอกสารด้านแรงงาน เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569

มติ ครม. MOU แรงงานไทย-เมียนมา เห็นชอบฉบับใหม่ 5 สิงหาคม 2569 head_

สรุปสั้นสำหรับนายจ้าง: เห็นชอบแล้ว ลงนามแล้ว แต่ต้องติดตามวิธีดำเนินการ

  • 5 สิงหาคม 2569: คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน และบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการจ้างแรงงาน พร้อมอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานลงนาม
  • 6 สิงหาคม 2569: รัฐบาลไทยรายงานว่า มีการลงนามและแลกเปลี่ยนเอกสารความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างไทยกับเมียนมาแล้ว
  • สิ่งที่ยังต้องติดตาม: ขั้นตอนรับคำขอ เอกสาร ระบบ กำหนดเวลา ค่าใช้จ่าย และแนวปฏิบัติของกรมการจัดหางาน รวมถึงกระบวนการของประเทศต้นทาง
  • ไม่ใช่การรับรองอัตโนมัติ: การลงนามไม่ได้ทำให้แรงงานที่อยู่นอกระบบทุกคน กลายเป็นแรงงานถูกกฎหมายทันที และไม่ได้หมายความว่านายจ้างทุกรายจะเริ่มนำเข้าได้โดยไม่ผ่านการตรวจสอบ

ลำดับเหตุการณ์ มติ ครม. MOU แรงงานไทย-เมียนมา

มติ ครม. MOU แรงงานไทย-เมียนมา เห็นชอบฉบับใหม่ 5 สิงหาคม 2569 ลง นาม 6 สิงหาคม 2569_

5 สิงหาคม 2569

ครม. เห็นชอบเอกสาร 2 ฉบับ

ครม. เห็นชอบทั้ง MOU ด้านความร่วมมือแรงงาน และ Agreement ด้านการจ้างแรงงาน พร้อมอนุมัติผู้ลงนามฝ่ายไทย

6 สิงหาคม 2569

ลงนามและแลกเปลี่ยนเอกสารแล้ว

นายกรัฐมนตรีไทยและประธานาธิบดีเมียนมา ร่วมเป็นสักขีพยานในการแลกเปลี่ยนเอกสารความร่วมมือด้านแรงงาน ณ ทำเนียบรัฐบาล

ขั้นดำเนินการ

รอรายละเอียดที่ใช้ยื่นจริง

นายจ้างต้องติดตามประกาศ คู่มือ และเงื่อนไขจากหน่วยงานรับผิดชอบ ไม่ควรสรุปจากพาดหัวข่าวเพียงอย่างเดียว

มติ ครม. MOU แรงงานไทย-เมียนมา มีสาระสำคัญอย่างไร?

รัฐบาลไทยระบุว่า เอกสารฉบับปรับปรุงมีเป้าหมายให้การบริหารแรงงานข้ามชาติ ระหว่างประเทศไทยและเมียนมา เป็นไปตามกฎหมายมากขึ้น ทั้งสองประเทศจะใช้กระทรวงที่รับผิดชอบด้านแรงงาน เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงาน และร่วมกันติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

กรอบเดิมเป็นความร่วมมือที่ไทยและเมียนมา ใช้มาตั้งแต่ปี 2559 ต่อมาเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 และสถานการณ์ภายในเมียนมาเปลี่ยนแปลง จึงมีการเจรจาปรับปรุงเนื้อหาให้เหมาะกับการจัดส่งแรงงาน การคุ้มครองสิทธิ และการแก้ปัญหาการจ้างงานผิดกฎหมายในปัจจุบัน

แลกเปลี่ยนข้อมูลตลาดแรงงาน

ส่งเสริมการประสานข้อมูล ความต้องการแรงงาน และสถานการณ์การจ้าง เพื่อวางแผนการจัดส่งให้สอดคล้องกับงานจริง

พัฒนาทักษะและองค์ความรู้

เปิดทางให้มีความร่วมมือด้านทักษะฝีมือ การแลกเปลี่ยนความรู้ และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเพิ่มคุณภาพและความพร้อมของแรงงาน

ป้องกันการจ้างผิดกฎหมาย

ร่วมป้องกันการลักลอบเข้าเมือง การจ้างงานนอกระบบ การขูดรีด และการค้ามนุษย์ ด้วยกระบวนการที่ตรวจสอบย้อนกลับได้

ติดตามด้วยแผนร่วม

จัดทำแผนปฏิบัติการ ประชุมติดตาม และใช้กลไกประสานงานร่วม เพื่อแก้ปัญหาในทางปฏิบัติระหว่างประเทศต้นทางกับประเทศผู้รับ

เอกสาร 2 ฉบับ ทำหน้าที่ต่างกันอย่างไร?

มติ ครม. MOU vs Agreement แรงงานไทย-เมียนมา เห็นชอบฉบับใหม่ 5 สิงหาคม 2569_

MOU

บันทึกความเข้าใจด้านความร่วมมือแรงงาน

เป็นกรอบภาพรวมสำหรับการประสานงาน การแลกเปลี่ยนข้อมูล การพัฒนาทักษะ การป้องกันการค้ามนุษย์ และการติดตามความร่วมมือของหน่วยงานทั้งสองประเทศ

Agreement

บันทึกข้อตกลงว่าด้วยการจ้างแรงงาน

กำหนดหลักเกณฑ์การจัดส่ง การทำสัญญาจ้าง การเตรียมตัวก่อนเดินทาง การออกใบอนุญาตทำงาน การคุ้มครองสิทธิ การระงับข้อพิพาท และการส่งกลับเมื่อสิ้นสุดสัญญา

ระยะเวลาจ้างตามข้อมูลที่กระทรวงแรงงานเปิดเผย

มติ ครม. MOU แรงงานไทย-เมียนมา เห็นชอบฉบับใหม่ 5 สิงหาคม 2569 2+2_

รายละเอียดที่กระทรวงแรงงานเปิดเผยในช่วงก่อนการลงนาม แยกการจ้างเป็น 2 ลักษณะ เพื่อรองรับทั้งงานทั่วไปและงานเกษตรระยะสั้น นายจ้างควรรอตรวจข้อความ เอกสาร และเงื่อนไขปฏิบัติฉบับล่าสุด ก่อนนำระยะเวลาไปจัดทำสัญญาจ้างจริง

2 + 2 ปี

สัญญาจ้างทั่วไป

ระยะเริ่มต้น 2 ปี และสามารถต่ออายุได้อีก 2 ปี ภายใต้เงื่อนไขและกระบวนการที่กำหนด ไม่ใช่การต่ออายุอัตโนมัติ

ไม่เกิน 1 ปี

งานเกษตรระยะสั้น

รองรับการจ้างงานภาคเกษตรในช่วงระยะสั้น โดยต้องมีลักษณะงาน ระยะเวลา และสัญญาที่ชัดเจนตามกรอบของทั้งสองประเทศ

ระบบคัดเลือกและคุ้มครองแรงงานที่ชัดขึ้น

มติ ครม. MOU แรงงานไทย-เมียนมา เห็นชอบฉบับใหม่ 5 สิงหาคม 2569 ขั้นตอน_

แนวทางฉบับใหม่มุ่งให้แรงงานเข้าสู่กระบวนการ ตั้งแต่ประเทศต้นทาง ก่อนเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย ช่วยให้นายจ้างตรวจสอบที่มา เงื่อนไข และสถานะของแรงงานได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันแรงงานควรได้รับข้อมูลการจ้างที่ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

  • คัดเลือกแรงงานจากต้นทาง: จัดทำข้อมูลบุคคล ตำแหน่งงาน และนายจ้างให้สอดคล้องกับความต้องการจริง
  • ตรวจสุขภาพและประวัติ: ตรวจสุขภาพ และตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานกำหนด
  • สัญญาจ้างชัดเจน: ระบุค่าจ้าง ชั่วโมงทำงาน วันหยุด สวัสดิการ ที่พัก และเงื่อนไขสำคัญก่อนเดินทาง
  • คุ้มครองตามกฎหมายไทย: แรงงานได้รับสิทธิ สวัสดิการ การรักษาพยาบาลหรือระบบประกันที่เกี่ยวข้อง และการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม
  • ส่งกลับเมื่อครบสัญญา: มีความร่วมมือในการประสานการเดินทางกลับ และจัดการข้อพิพาทหรือปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการจ้าง

ประโยชน์เชิงระบบ: เมื่อข้อมูลนายจ้าง แรงงาน สัญญา และการเดินทาง เชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นทาง จะช่วยลดช่องว่างที่ทำให้เกิดการเรียกเก็บเงินไม่โปร่งใส การหลอกลวง การขูดรีด และการค้ามนุษย์

ผลต่อผู้ประกอบการไทยและภาคเศรษฐกิจ

มติ ครม. MOU แรงงานไทย-เมียนมา มีความสำคัญต่อกิจการที่ยังขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะ อุตสาหกรรม การผลิต ก่อสร้าง บริการ และเกษตร เพราะช่วยวางช่องทางนำเข้าแรงงานที่ถูกกฎหมาย และทำให้การวางแผนกำลังคนระยะกลาง มีความต่อเนื่องมากขึ้น

วางแผนจำนวนคนได้ชัด

นายจ้างสามารถแยกจำนวนคน ตำแหน่ง และช่วงเวลาที่ต้องการ เพื่อประเมินความเป็นไปได้ก่อนเริ่มกระบวนการ

ลดความเสี่ยงนอกระบบ

การใช้ช่องทางที่ตรวจสอบได้ ช่วยลดความเสี่ยงจากนายหน้าไม่ถูกต้อง เอกสารเท็จ และการจ้างที่ไม่ตรงเงื่อนไข

รักษาความต่อเนื่องธุรกิจ

การมีกรอบระยะเวลาจ้างที่ชัด ช่วยให้วางแผนการผลิต โครงการ และต้นทุนบุคลากรได้เป็นระบบมากขึ้น

อย่าสับสนกับวาระข้อ 16 เรื่องแถลงการณ์ร่วมไทย-เมียนมา

เป็นคนละเอกสาร: วาระข้อ 16 ที่กล่าวถึง ร่างแถลงการณ์ร่วมในการเยือนไทยของประธานาธิบดีเมียนมา เป็นกรอบทิศทางความร่วมมือด้านชายแดน ความมั่นคง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และอาเซียน ไม่ใช่ตัว MOU และ Agreement ด้านแรงงาน

ดังนั้น ข้อความในวาระข้อ 16 ที่ระบุว่า แถลงการณ์ร่วมไม่เป็นสนธิสัญญาตามกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ไม่ควรถูกนำไปอธิบายสถานะทางกฎหมายของเอกสารแรงงานแทนกัน หากต้องตีความ MOU ด้านแรงงาน ต้องตรวจข้อความของเอกสารฉบับนั้นโดยตรง

ตัวอย่างการวางแผนกำลังคนให้ตรงกับกรอบใหม่

การใช้ประโยชน์จาก มติ ครม. MOU แรงงานไทย-เมียนมา ควรเริ่มจากปัญหากำลังคนของกิจการ ไม่ใช่เริ่มจากจำนวนแรงงานที่นายหน้าบอกว่ามี นายจ้างควรเชื่อม จำนวนคน งานจริง ระยะโครงการ และงบประมาณ เข้าด้วยกันก่อนส่งข้อมูลประเมิน

โรงงานและงานผลิต

แยกจำนวนคนตาม สายการผลิต กะ ตำแหน่ง และทักษะ ระบุวันที่ต้องเริ่มงานจริง พร้อมตรวจความพร้อมของที่พัก การเดินทาง และหัวหน้างานที่สื่อสารกับแรงงานได้

ก่อสร้างและงานโครงการ

ระบุพื้นที่ทำงาน ระยะโครงการ จุดพักคนงาน การย้ายไซต์ และมาตรการความปลอดภัย ให้ตรงกับสัญญา อย่าคำนวณจำนวนแรงงานจากช่วงเร่งงานเพียงช่วงเดียว

เกษตรและงานตามฤดูกาล

กำหนดช่วงเพาะปลูก เก็บเกี่ยว และวันสิ้นสุดงานให้ชัด ตรวจว่างานเข้ากรอบระยะสั้นไม่เกิน 1 ปีจริงหรือไม่ และเตรียมแผนเมื่อฤดูกาลหรือผลผลิตเปลี่ยน

นายจ้างควรเตรียมอะไร ก่อนประเมินนำเข้าแรงงานเมียนมา MOU?

มติ ครม. MOU แรงงานไทย-เมียนมา เห็นชอบฉบับใหม่ 5 สิงหาคม 2569 นายจ้างเตรียมอะไร_

แม้เอกสารระหว่างรัฐบาลลงนามแล้ว แต่นายจ้างควรเตรียมข้อมูลธุรกิจและเงื่อนไขงานให้พร้อมก่อน เพราะข้อมูลเหล่านี้ใช้ประเมินว่า สามารถจัดหาแรงงานตรงตามความต้องการ และดำเนินการผ่านกระบวนการได้หรือไม่

ตรวจความพร้อมภายในก่อนส่งข้อมูล: ให้ฝ่ายบริหาร ยืนยันจำนวนคน และงบประมาณ ให้ฝ่ายหน้างาน ยืนยันหน้าที่และกะ ให้ฝ่ายบุคคล ยืนยันค่าจ้าง สวัสดิการ และผู้รับผิดชอบเอกสาร หากข้อมูลแต่ละฝ่ายยังไม่ตรงกัน ควรสรุปใหม่ก่อนเปิดรับสมัคร เพื่อป้องกันการเปลี่ยนเงื่อนไขภายหลัง ข้อมูลที่ชัดตั้งแต่ต้น ช่วยลดการแก้สัญญา ลดเวลารอ และลดความเข้าใจผิดเมื่อแรงงานเริ่มงานจริง

ข้อมูลนายจ้าง

ชื่อกิจการ เลขทะเบียน ที่ตั้ง สถานที่ทำงาน ประเภทธุรกิจ และผู้ประสานงานที่รับผิดชอบ

จำนวนและตำแหน่ง

จำนวนแรงงาน ตำแหน่ง ลักษณะงาน เพศ อายุ ทักษะ และวันที่ต้องการให้เริ่มทำงาน

ค่าจ้างและเวลาทำงาน

อัตราค่าจ้าง ชั่วโมงทำงาน ล่วงเวลา วันหยุด รอบกะ และวิธีจ่ายค่าจ้างที่ตรวจสอบได้

สวัสดิการและที่พัก

ที่พัก อาหาร การเดินทาง ชุดทำงาน ประกัน และสวัสดิการอื่นที่แรงงานต้องทราบก่อนสมัคร

สำหรับนายจ้าง

ประเมินความต้องการนำเข้าแรงงานเมียนมา MOU คนใหม่

นายจ้างที่ต้องการแรงงานสำหรับ โรงงาน ก่อสร้าง ร้านอาหาร งานผลิต งานบริการ งานเย็บผ้า หรืองานเกษตร สามารถส่งข้อมูลเพื่อให้ทีมงานประเมินความต้องการ และประสานตรวจสอบความเป็นไปได้กับฝั่งเมียนมา

หมายเหตุ: การกรอกข้อมูลเป็นขั้นประเมิน ไม่ใช่การรับประกันว่าจะจัดหาได้ทันที ระยะเวลาและการดำเนินการจริงขึ้นอยู่กับคุณสมบัตินายจ้าง ความต้องการแรงงาน กระบวนการประเทศต้นทาง และแนวทางราชการล่าสุด

ดูบริการนำเข้าแรงงานเมียนมา MOU
ดูช่องทางติดต่อ

หลังลงนามแล้ว ต้องติดตามเรื่องใดต่อ?

  1. วันเริ่มรับคำขอ: ตรวจว่า ระบบและช่องทางราชการ เปิดรับดีมานด์หรือคำขอประเภทใด เมื่อใด และรับเฉพาะกลุ่มใด
  2. เอกสารนายจ้างและแรงงาน: ใช้รายการฉบับล่าสุด ไม่ยึดแบบฟอร์มเก่าหรือข้อมูลจากนายหน้าที่ไม่มีแหล่งอ้างอิง
  3. ค่าใช้จ่ายทางราชการ: แยกค่าธรรมเนียมรัฐ ค่าตรวจสุขภาพ ประกัน การเดินทาง และค่าบริการอย่างโปร่งใส
  4. กระบวนการประเทศต้นทาง: การคัดเลือก เอกสารเดินทาง การตรวจประวัติ และการอนุมัติออกนอกประเทศ อาจมีเงื่อนไขหรือเวลาที่ต่างจากฝั่งไทย
  5. สัญญาและสิทธิ: ตรวจให้ค่าจ้าง งาน สถานที่ ชั่วโมงทำงาน สวัสดิการ และการหักค่าใช้จ่าย ตรงกับกฎหมายและข้อมูลที่แจ้งแรงงาน

หลักปฏิบัติที่ปลอดภัย: แยกคำว่า “ลงนามแล้ว” ออกจากคำว่า “เปิดรับคำขอแล้ว” ทุกครั้ง ตรวจประกาศของกรมการจัดหางาน ก่อนชำระเงินหรือทำสัญญาที่ผูกพันกับกำหนดเดินทาง และควรเก็บ หลักฐานการติดต่อ ใบเสนอราคา สัญญา และใบรับเงิน ทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ MOU แรงงานไทย-เมียนมา ฉบับใหม่

ครม. เพียงเห็นชอบร่าง หรือมีการลงนามแล้ว?

ครม. เห็นชอบเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 และรัฐบาลไทยรายงานว่า มีการลงนามพร้อมแลกเปลี่ยนเอกสารความร่วมมือด้านแรงงานแล้ว เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569

ลงนามแล้ว หมายความว่านายจ้างเริ่มยื่นได้ทันทีหรือไม่?

ยังไม่ควรสรุปเช่นนั้น การเปิดรับจริงต้องดูประกาศ ระบบ เอกสาร กำหนดเวลา และวิธีปฏิบัติจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมถึงความพร้อมของกระบวนการประเทศต้นทาง

สัญญาจ้างแรงงานเมียนมา มีระยะเวลาเท่าใด?

ข้อมูลที่กระทรวงแรงงานเปิดเผย ระบุสัญญาจ้างทั่วไป 2 ปี และสามารถต่อได้อีก 2 ปี ส่วนงานเกษตรระยะสั้น จ้างได้ไม่เกิน 1 ปี ทั้งนี้ต้องตรวจเงื่อนไขปฏิบัติฉบับล่าสุดก่อนทำสัญญา

แรงงานที่ไม่มีเอกสาร จะถูกทำให้ถูกกฎหมายอัตโนมัติหรือไม่?

ไม่ใช่ MOU ฉบับนี้เป็นกรอบการจัดส่งและจ้างแรงงานผ่านระบบ ไม่ใช่มติเปิดขึ้นทะเบียนทั่วไป และไม่รับรองสถานะของผู้ที่เข้าเมืองหรือทำงานไม่ถูกต้องโดยอัตโนมัติ

วาระข้อ 16 เรื่องแถลงการณ์ร่วม คือ MOU แรงงานฉบับเดียวกันหรือไม่?

ไม่ใช่ วาระข้อ 16 เป็นร่างแถลงการณ์ร่วม เพื่อกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ไทย-เมียนมาในหลายด้าน ส่วน MOU และ Agreement ด้านแรงงาน เป็นเอกสารเฉพาะเรื่องอีกชุดหนึ่ง

นายจ้างที่สนใจควรเริ่มจากอะไร?

เริ่มจากสรุปจำนวน ตำแหน่ง สถานที่ทำงาน ค่าจ้าง ชั่วโมงทำงาน สวัสดิการ และวันที่ต้องการเริ่มงาน แล้วส่งข้อมูลเพื่อประเมินความเป็นไปได้ ก่อนจัดทำสัญญาหรือชำระค่าใช้จ่าย

สรุปมติ ครม. สำหรับนายจ้าง

มติ ครม. MOU แรงงานไทย-เมียนมา เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของกรอบจัดส่งและจ้างแรงงานเมียนมา โดย ครม. เห็นชอบเมื่อ 5 สิงหาคม 2569 และมีการลงนามแลกเปลี่ยนเอกสารแล้ว เมื่อ 6 สิงหาคม 2569 เป้าหมายหลักคือ การจ้างอย่างถูกกฎหมาย การคุ้มครองแรงงาน การลดการค้ามนุษย์ และการสนับสนุนภาคธุรกิจที่ขาดแคลนกำลังคน

อย่างไรก็ตาม นายจ้างต้องติดตามวิธีปฏิบัติฉบับล่าสุด ก่อนเริ่มกระบวนการจริง เพราะการลงนามระดับรัฐบาล ไม่เท่ากับการเปิดระบบทุกขั้นตอนทันที การเตรียมข้อมูลนายจ้างและเงื่อนไขงานให้ครบ คือสิ่งที่ทำได้ทันที และช่วยให้การประเมินดำเนินไปอย่างรวดเร็วขึ้น

แหล่งอ้างอิงทางการ

หมายเหตุ: ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2569 บทความนี้เป็นการสรุปข่าวและข้อมูลสำหรับวางแผน ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางกฎหมาย การยื่นคำขอและการจ้างจริง ต้องยึดประกาศ เอกสาร และคำแนะนำของหน่วยงานรัฐที่มีผลใช้ในขณะดำเนินการ