ต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้าน 2569: เงื่อนไขที่นายจ้างต้องเช็กก่อนเริ่มงาน
ต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้าน ได้เฉพาะเมื่อเข้าเงื่อนไขครบ ไม่ใช่แค่มีใบอนุญาตทำงานแล้วจะยืนขาย รับเงิน หรือดูแลลูกค้าหน้าร้านได้ทันที.
บทความนี้เรียงจากคำตอบสั้น ไปสู่เงื่อนไขจริง เอกสารที่ต้องดู ตัวอย่างงานที่เสี่ยง และคำถามที่นายจ้างมักเจอก่อนยื่นเปลี่ยนหรือเพิ่มประเภทงาน.
อ่านเร็วใน 30 วินาที
ถ้าจะให้แรงงานต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้าน ให้เช็ก 3 เรื่องก่อนเสมอ: นายจ้างต้องเข้าเงื่อนไข, จำนวนแรงงานต้องไม่เกินสัดส่วน, และใบอนุญาตทำงานต้องระบุสิทธิขายของหน้าร้านกับนายจ้างรายนั้นอย่างชัดเจน.
มีทะเบียนหรือเอกสารรองรับ
ร้านต้องมีทะเบียนพาณิชย์ หรือมีเอกสารราชการที่แสดงการประกอบกิจการได้.
ไม่เกินโควตาตามภาษีและคนไทย
ต้องคำนวณจากภาษีเงินได้ปีที่ผ่านมา และบางกรณีต้องดูจำนวนลูกจ้างคนไทยด้วย.
ระบุสิทธิขายหน้าร้าน
ถ้าใบอนุญาตระบุงานอื่น ต้องยื่นเปลี่ยนหรือเพิ่มประเภทงานก่อนให้เริ่มขาย.
ประเด็นที่นายจ้างมักพลาดคือดูแค่ชื่อตำแหน่ง เช่น พนักงานทั่วไป ผู้ช่วยร้าน หรือพนักงานบริการ แล้วคิดว่าไม่ใช่งานขาย. ในทางปฏิบัติให้ดูจากงานจริง: รับลูกค้า แนะนำสินค้า รับออเดอร์ รับเงิน หยิบสินค้าให้ลูกค้า หรือส่งมอบสินค้าที่จุดขาย งานเหล่านี้ควรตรวจว่าเข้าข่ายงานขายของหน้าร้านหรือไม่.
ถ้าแรงงานทำงานหลังร้านอย่างเดียว เช่น แพ็กของ เช็กสต็อก ทำครัว หรือขนย้ายสินค้า ก็ยังต้องดูประเภทงานในใบอนุญาต แต่ไม่ควรนำไปปะปนกับงานขายหน้าร้านโดยไม่ได้ตรวจสิทธิก่อน.
ต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้าน ได้ไหมในปี 2569
คำตอบคือ ทำได้เฉพาะกรณีที่เข้าเงื่อนไขและได้รับอนุญาตถูกต้อง. งานขายของหน้าร้านยังเป็นงานที่กฎหมายจัดไว้ในกลุ่มงานห้ามคนต่างด้าวทำโดยมีเงื่อนไข ไม่ใช่งานทั่วไปที่แรงงานต่างด้าวทุกคนทำได้ทันที.
แนวประกาศของกรมการจัดหางานกำหนดให้แรงงานต้องมีนายจ้างชัดเจน ต้องอยู่ในสถานะที่ทำงานได้ตามกฎหมาย ต้องสื่อสารภาษาไทยได้เหมาะกับงาน และต้องมีใบอนุญาตทำงานที่แสดงสิทธิให้ทำงานขายของหน้าร้านกับนายจ้างรายนั้น.
ดังนั้นถ้าแรงงานมีใบอนุญาตทำงานอยู่แล้ว แต่ใบอนุญาตระบุงานอื่น หรือนายจ้างในใบอนุญาตไม่ตรงกับร้านที่ให้ทำงาน นายจ้างควรยื่นเปลี่ยนหรือเพิ่มรายการก่อน ไม่ควรให้เริ่มขายไปก่อนแล้วค่อยแก้เอกสารทีหลัง.
เงื่อนไขการให้แรงงานต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้าน แบบนายจ้างอ่านแล้วเข้าใจทันที
ถ้าต้องการให้ ต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้าน อย่างถูกต้อง ให้นายจ้างคิดเป็น 4 ขั้น ไม่ต้องเริ่มจากภาษากฎหมายก่อน. หลักเกณฑ์นี้ใช้กับแรงงานสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา โดยต้องดูทั้งสิทธิของกิจการ จำนวนแรงงานที่จ้างได้ และใบอนุญาตทำงานของแรงงานคนนั้น.
สัญชาติที่ใช้หลักเกณฑ์นี้
ลาว
กัมพูชา
ขั้นที่ 1
กิจการมีสิทธิ์จ้างให้ขายหน้าร้านหรือไม่
กิจการต้องเข้าอย่างใดอย่างหนึ่งก่อน ไม่ใช่ว่าทุกร้านจะให้แรงงานต่างด้าวยืนขายได้ทันที.
- จดทะเบียนพาณิชย์ถูกต้อง
- หรือได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ตาม พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 7
ตัวอย่างกิจการที่เข้าข้อยกเว้น
ถ้าไม่ได้จดทะเบียนพาณิชย์ ให้ดูข้อยกเว้น
ขั้นที่ 2
จ้างแรงงานต่างด้าวได้กี่คน ให้เริ่มจากภาษีเงินได้
ให้ฝ่ายบุคคลหรือเจ้าของกิจการดูฐานภาษีเงินได้ของกิจการก่อน แล้วค่อยดูว่าจะต้องใช้จำนวนลูกจ้างคนไทยมาช่วยคำนวณเพิ่มหรือไม่.
| กรณีของกิจการ | แปลเป็นภาษาธุรกิจ | จำนวนที่จ้างได้ |
|---|---|---|
| ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ | กิจการไม่มีฐานภาษีให้คำนวณเพิ่ม | 1 คน |
| ชำระภาษีเงินได้ไม่เกิน 50,000 บาท | กิจการมีฐานภาษีระดับเริ่มต้น | 3 คน |
| ชำระภาษีเงินได้มากกว่า 50,000 บาท | ทุกภาษีที่เพิ่มขึ้น 50,000 บาท จ้างเพิ่มได้อีก 1 คน | รวมไม่เกิน 10 คน |
ขั้นที่ 3
ถ้ามีลูกจ้างคนไทยมากขึ้น จ้างเพิ่มได้อย่างไร
เมื่อใช้สิทธิตามฐานภาษีครบแล้ว หากต้องการเพิ่มจำนวนแรงงานต่างด้าว ให้ดูจำนวนลูกจ้างคนไทยประกอบ.
- มีลูกจ้างคนไทย 30 คน จ้างแรงงานต่างด้าวเพิ่มได้ 1 คน
- หลังจากนั้น ลูกจ้างคนไทยเพิ่มทุก 10 คน จ้างแรงงานต่างด้าวเพิ่มได้อีก 1 คน
- จำนวนแรงงานต่างด้าวรวมทั้งหมดต้องไม่เกิน 20 คน
ขั้นที่ 4
กรณีเพิ่งเปิดกิจการ หรือเพิ่งจดทะเบียน
ถ้าเป็นกิจการใหม่หรือเพิ่งจดทะเบียนในปีภาษีที่ผ่านมา ให้ใช้หลักเกณฑ์เฉพาะ ไม่ใช้ตารางภาษีแบบกิจการเดิมทั้งหมด.
- เริ่มต้นจ้างแรงงานต่างด้าวได้ 1 คน
- มีลูกจ้างคนไทย 10 คน จ้างแรงงานต่างด้าวเพิ่มได้ 1 คน
- ลูกจ้างคนไทยเพิ่มทุก 10 คน จ้างเพิ่มได้อีก 1 คน
- จำนวนรวมทั้งหมดไม่เกิน 3 คน
สรุปสั้น ๆ สำหรับนายจ้าง
- ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ หรือเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย
- จำนวนแรงงานต่างด้าวที่จ้างได้ ขึ้นอยู่กับภาษีเงินได้ของกิจการ
- ถ้ามีลูกจ้างคนไทยเพิ่มขึ้น สามารถจ้างแรงงานต่างด้าวเพิ่มได้ตามเกณฑ์
- กิจการเปิดใหม่ใช้หลักเกณฑ์เฉพาะ และจ้างได้ไม่เกิน 3 คน
เอกสารที่ควรเตรียมก่อนยื่นเปลี่ยนใบอนุญาตทำงาน
เพื่อให้การยื่นเรื่องไม่สะดุด แนะนำให้นายจ้างแยกเอกสารเป็น 3 ชุด. วิธีนี้อ่านง่ายกว่า และช่วยให้เห็นทันทีว่าขาดอะไร.
ชุดที่ 1: กิจการนายจ้าง
ทะเบียนพาณิชย์หรือหนังสือรับรอง, เอกสารภาษี, ที่ตั้งร้านหรือสาขา, และหลักฐานจำนวนลูกจ้างคนไทยถ้าต้องใช้คำนวณเพิ่ม.
ชุดที่ 2: เอกสารแรงงาน
หนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทน, หลักฐานการอยู่ในราชอาณาจักร, ใบอนุญาตทำงานปัจจุบัน, และเอกสารเปลี่ยนนายจ้างถ้ามี.
ชุดที่ 3: หน้าที่งาน
คำอธิบายงานจริง เช่น รับลูกค้า รับออเดอร์ รับเงิน แนะนำสินค้า ทำงานที่สาขาใด และเริ่มทำงานหลังได้รับอนุญาตเมื่อใด.
จุดที่ควรตรวจซ้ำก่อนยื่น
- ชื่อ นายจ้าง เลขทะเบียน และ ที่อยู่ ต้องตรงกันทุกเอกสาร
- วันหมดอายุ หนังสือเดินทาง วีซ่า และ ใบอนุญาตทำงาน ต้องยังใช้ได้
- สาขา หรือ จุดทำงานจริง ต้องไม่สับสนกับที่ตั้งสำนักงานใหญ่
- จำนวนแรงงานที่ขอ ต้องไม่เกินสัดส่วนตามเงื่อนไข
แบบตรวจสุดท้ายก่อนยื่น
ใช้กล่องนี้เป็นรายการตรวจหน้าโต๊ะก่อนส่งงาน แยกคนตรวจเอกสารกับคนตรวจหน้างานให้ชัด จะเห็นจุดผิดง่ายกว่าการอ่านเป็นประโยคยาว.
1. ข้อมูลนายจ้าง
- ชื่อ นายจ้าง
- เลขทะเบียน
- ที่อยู่ และ สาขา
- ผู้รับผิดชอบงาน
2. ข้อมูลแรงงาน
- ประเภทงาน
- วันหมดอายุ
- จำนวนแรงงาน
- ลูกจ้างคนไทย
3. ชุดคำขอ
- เอกสารภาษี
- แบบคำขอ
- ลายเซ็น
- สำเนา ครบชุด
4. นัดหมาย
- เบอร์โทร
- จุดรับเอกสาร
- วันที่นัด
- แรงงานพร้อมไปดำเนินการ
ให้คนเตรียมเอกสาร ติ๊กครบ ทีละข้อ, ให้หัวหน้างาน ตรวจหน้าที่จริง, แล้วค่อย นัดส่งเอกสาร หรือ นัดแรงงาน ไปดำเนินการ. ถ้า ข้อมูล ไม่ตรง ให้หยุด แก้เอกสาร ก่อน ไม่ควร ส่งเรื่อง ทั้งที่ยังมี จุดผิด หรือ จุดสงสัย. ตรวจ ครบ ก่อน ส่งจริง ทุก ครั้ง จะช่วย ลด งานแก้ และ ลด ความเสี่ยง หน้างาน.
ตัวอย่างงานที่ควรตรวจสิทธิให้ชัด
ให้ดูจากงานจริงในร้าน ไม่ใช่ดูจากชื่อตำแหน่งอย่างเดียว. ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นจุดที่นายจ้างควรระวังเป็นพิเศษ.
ร้านค้าปลีก
รับลูกค้า แนะนำสินค้า หยิบสินค้าให้ลูกค้า หรือคิดเงินที่เคาน์เตอร์ ควรตรวจสิทธิเรื่องงานขายของหน้าร้านก่อน.
ร้านอาหารและคาเฟ่
รับออเดอร์ รับเงิน หรืออธิบายเมนูให้ลูกค้าตัดสินใจสั่ง ควรแยกจากงานครัวและงานล้างจานให้ชัด.
คลังสินค้าที่มีจุดขาย
แรงงานที่เดิมทำงานแพ็กของหรือคลังสินค้า ถ้าไปช่วยขาย รับเงิน หรือคุยกับลูกค้าที่หน้าร้าน ต้องตรวจประเภทงานใหม่.
แนวทางที่ช่วยลดความเสี่ยงคือทำใบมอบหมายหน้าที่ภายในให้ชัดว่าใครทำงานหลังร้าน ใครมีสิทธิดูแลลูกค้า ใครรับเงินได้ และใครไม่ควรถูกสั่งให้ช่วยขาย แม้เอกสารภายในไม่ใช่ใบอนุญาตจากรัฐ แต่ช่วยควบคุมงานจริงไม่ให้หลุดจากขอบเขตที่ยื่นไว้.
ลำดับตัดสินใจก่อนให้เริ่มขายหน้าร้าน
ถ้าอยากให้บทความนี้ใช้งานได้จริง ให้ใช้เป็นลำดับตรวจภายในบริษัทก่อนสั่งงานแรงงาน. วิธีนี้ช่วยให้ฝ่ายบุคคล เจ้าของร้าน และหัวหน้างานคุยภาษาเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างเข้าใจเรื่องงานขายคนละแบบ.
ขั้นที่ 1: ดูงานจริง
ถามก่อนว่าแรงงานจะ ทำอะไร กับ ลูกค้า เช่น รับเงิน รับออเดอร์ แนะนำสินค้า ส่งมอบสินค้า หรือ ยืนประจำจุดขาย. ถ้ามีส่วนเกี่ยวกับการขาย ให้หยุดตรวจสิทธิก่อน.
ขั้นที่ 2: ดูใบอนุญาต
ตรวจ ชื่อแรงงาน นายจ้าง สถานที่ทำงาน ประเภทงาน และ วันหมดอายุ. ถ้าประเภทงานไม่ตรงกับงานขายหน้าร้าน อย่าให้เริ่มงานขายก่อนยื่นแก้ไข.
ขั้นที่ 3: ดูโควตา
ตรวจ ภาษีเงินได้ ปีที่ผ่านมา จำนวนแรงงานเดิม และ จำนวนลูกจ้างคนไทย. อย่าคิดแค่ว่าร้านขาดคน เพราะจำนวนที่ขอเพิ่มต้องมีฐานเอกสารรองรับ.
ขั้นที่ 4: คุมงานหลังอนุญาต
เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ให้หัวหน้างานรู้ว่าแรงงานทำงานได้เฉพาะ ขอบเขต นายจ้าง สถานที่ และ ประเภทงาน ที่อนุญาต ไม่ควรย้ายสาขาหรือเพิ่มหน้าที่เอง.
ประโยคสั้นสำหรับใช้สื่อสารในร้าน
ก่อนให้ต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้าน ให้หัวหน้างานถามฝ่ายบุคคลก่อนเสมอว่า ใบอนุญาตทำงาน ระบุ งานขายหน้าร้าน แล้วหรือยัง, สาขา ตรงหรือไม่, และจำนวนแรงงาน ยังไม่เกินเงื่อนไขหรือไม่.
ถ้ายังไม่ชัด ให้ทำงานเฉพาะหน้าที่ที่ได้รับอนุญาตเดิมไปก่อน เช่น งานหลังร้าน งานแพ็ก งานคลัง หรือ งานครัว ตามสิทธิเดิม ห้ามให้ไปยืนขาย รับเงิน หรือรับออเดอร์แทนพนักงานหน้าร้านชั่วคราว.
เช็กแบบผู้จัดการร้าน ไม่ใช่เช็กแบบเอกสารอย่างเดียว
ปัญหาหลายครั้งไม่ได้เกิดจากฝ่ายเอกสาร แต่เกิดจากหน้างาน. ตัวอย่างเช่น ร้านมีพนักงานขายไม่พอช่วงเย็น หัวหน้างานจึงเรียกแรงงานจากหลังร้านมาช่วยรับลูกค้า 1 ชั่วโมง. แม้จะเป็นเวลาสั้น แต่ถ้างานจริงคือขายหน้าร้าน ก็อาจกลายเป็นงานนอกเหนือสิทธิได้.
- ถ้าให้แรงงาน พูดกับลูกค้า เพื่อขายสินค้า ให้ตรวจสิทธิ ก่อน
- ถ้าให้แรงงาน รับเงิน หรือ ออกบิล หน้าร้าน ให้ตรวจสิทธิ ก่อน
- ถ้าให้แรงงาน ย้ายไปช่วยอีกสาขา ให้ตรวจ สถานที่ทำงาน ก่อน
- ถ้าให้แรงงาน ทำงานเดิม แต่เพิ่มหน้าที่ขายบางช่วง ให้ตรวจ ประเภทงาน ก่อน
- ถ้ามีข้อสงสัย ให้หยุดที่งานหลังร้าน และถามผู้ดูแลเอกสาร ก่อนสั่งงาน
สรุปสำหรับพิมพ์ติดหลังร้าน
ก่อนสั่งงาน ให้หัวหน้างานตอบ 4 คำถามนี้ก่อน ถ้ามีคำตอบว่า “ใช่” แม้เพียงข้อเดียว ให้หยุดตรวจเอกสารก่อน.
ถ้าตอบว่า ใช่
ส่งเรื่องให้ฝ่ายเอกสารตรวจ ใบอนุญาตทำงาน ประเภทงาน นายจ้าง สถานที่ทำงาน วันหมดอายุ และ จำนวนแรงงาน ก่อนเริ่มงาน.
ถ้ายังไม่ชัด
ให้ทำเฉพาะ หน้าที่เดิม ที่ได้รับอนุญาต เช่น จัดของ แพ็กของ เตรียมวัตถุดิบ เช็กสต็อก ทำความสะอาด หรือ งานหลังร้าน ที่ไม่เกี่ยวกับการขาย.
ข้อความสั้นสำหรับคุยกับแรงงาน
บอกแรงงานว่า: วันนี้ให้ทำเฉพาะ งานที่ระบุ ในใบอนุญาตทำงาน ก่อนนะ
ถ้าลูกค้า ถามราคา ถามสินค้า หรือ ขอให้รับเงิน ให้เรียกหัวหน้างาน หรือ พนักงานขาย ที่มีสิทธิทำหน้าที่นี้.
ถ้ามีคนขอให้ช่วยขาย ช่วยรับออเดอร์ หรือช่วยยืนหน้าร้าน ให้แจ้งก่อนว่า ต้องตรวจเอกสาร ก่อนเริ่มงาน.
การสื่อสารแบบนี้ช่วยลดความเข้าใจผิด เพราะแรงงานบางคนคิดว่าเป็นการช่วยงานชั่วคราว แต่ในมุมเอกสาร งานชั่วคราว ก็อาจเป็น งานขายหน้าร้าน ที่ต้องมีสิทธิถูกต้อง.
หลักนี้ทำให้บทความไม่ใช่แค่ความรู้กฎหมาย แต่เป็นคู่มือใช้งานจริงในร้าน. นายจ้างควรสื่อสารให้หัวหน้างานเข้าใจ เพราะคนที่สั่งงานหน้างานมักเป็นคนทำให้เกิดความเสี่ยงโดยไม่ตั้งใจ.
ถ้าทำผิดเงื่อนไข เสี่ยงอะไร
ความเสี่ยงที่พบบ่อยไม่ใช่ไม่มีเอกสารเลย แต่เป็นกรณีมีเอกสารบางอย่างแล้วเข้าใจผิด เช่น ใบอนุญาตทำงานมีจริงแต่ประเภทงานไม่ตรง, นายจ้างในใบอนุญาตไม่ตรงกับร้าน, ให้แรงงานไปช่วยอีกสาขาโดยไม่ได้ตรวจสิทธิ, หรือให้เริ่มขายระหว่างรอเอกสารเปลี่ยนประเภทงาน.
ถ้าคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีสิทธิ หรือทำงานนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต ทั้งแรงงานและนายจ้างมีความเสี่ยงค่าปรับและผลทางกฎหมายอื่น ๆ. วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือดำเนินการให้ถูกต้องก่อนเริ่มงาน ไม่ใช่รอตรวจพบแล้วค่อยแก้.
ต้องการเปลี่ยนใบอนุญาตทำงานเป็นงานขายของหน้าร้าน
ขั้นตอนควรเริ่มจากตรวจเอกสารกิจการ ตรวจสัดส่วนการจ้าง ตรวจเอกสารแรงงาน และตรวจใบอนุญาตทำงานปัจจุบัน จากนั้นจึงยื่นคำขอเปลี่ยนหรือเพิ่มประเภทงานตามพื้นที่ตั้งสถานประกอบการ.
หากต้องการให้ทีมงานช่วยตรวจเอกสารและวางขั้นตอน สามารถดูบริการ ยื่นเปลี่ยนใบอนุญาตทำงานต่างด้าวเป็นงานขายของหน้าร้าน หรือเลือกจุดรับเอกสารใกล้คุณได้ที่หน้า ติดต่อเรา.
แหล่งข้อมูลราชการที่ควรใช้ตรวจซ้ำ
เรื่องต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้านเกี่ยวข้องกับกฎหมายและประกาศราชการ นายจ้างควรยึดข้อมูลทางการก่อนข้อมูลจากโซเชียลหรือคำบอกต่อ.
- กระทรวงแรงงาน: อาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ
- กรมการจัดหางาน: ข่าวประกาศเงื่อนไขงานกรรมกรและงานขายของหน้าร้าน
- ประกาศกรมการจัดหางานฉบับ PDF
- หน้าดาวน์โหลดแบบฟอร์มของกรมการจัดหางาน
หากข้อมูลจากหลายแหล่งไม่ตรงกัน ให้ยึดประกาศราชการที่เป็นปัจจุบัน และสอบถามสำนักงานจัดหางานในพื้นที่ก่อนให้แรงงานเริ่มงานจริง.
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้าน
มีใบอนุญาตทำงานแล้ว ให้ขายหน้าร้านได้เลยไหม?
ไม่ได้เสมอไป ต้องตรวจว่าใบอนุญาตทำงานระบุสิทธิให้ทำงานขายของหน้าร้าน และระบุนายจ้างหรือสถานที่ทำงานถูกต้องหรือไม่ หากใบอนุญาตระบุงานอื่น ต้องยื่นเปลี่ยนหรือเพิ่มรายการก่อน.
ร้านเปิดใหม่จ้างแรงงานต่างด้าวขายหน้าร้านได้กี่คน?
โดยหลักกิจการเปิดใหม่หรือยังไม่มีเงินได้ในปีภาษีที่ผ่านมา จ้างได้ไม่เกิน 1 คน และอาจเพิ่มได้ตามจำนวนลูกจ้างคนไทยตามเงื่อนไขที่ประกาศกำหนด แต่รวมแล้วไม่เกิน 3 คน ต้องให้สำนักงานจัดหางานตรวจจากเอกสารจริง.
ให้ช่วยขายเฉพาะบางวัน ต้องขอเปลี่ยนงานไหม?
ควรตรวจสิทธิก่อน เพราะกฎหมายดูจากงานที่ทำจริง ไม่ใช่จำนวนวันที่ทำ หากหน้าที่เข้าข่ายงานขายของหน้าร้าน ควรมีสิทธิในใบอนุญาตทำงานให้ถูกต้องก่อนให้ปฏิบัติงาน.
มีหลายสาขา ให้ไปช่วยขายอีกสาขาได้ไหม?
ไม่ควรสรุปว่าได้ทันที ต้องตรวจว่าสถานที่ทำงาน นายจ้าง และประเภทงานในใบอนุญาตครอบคลุมสาขานั้นหรือไม่ หากไม่ครอบคลุมควรสอบถามสำนักงานจัดหางานก่อนย้ายหรือให้ไปช่วยงาน.
ต้องใช้แบบฟอร์มอะไรในการเปลี่ยนหรือเพิ่มประเภทงาน?
กรมการจัดหางานมีแบบคำขอเปลี่ยนรายการใบอนุญาตทำงาน เช่น แบบ บต. 22 และแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง นายจ้างควรดาวน์โหลดแบบล่าสุดจากเว็บไซต์กรมการจัดหางานหรือรับจากสำนักงานจัดหางานพื้นที่ก่อนยื่นจริง.
ทำไมต้องเลือกเรา?
ระบบเอกสารที่ช่วยลดความเสี่ยงให้นายจ้าง
การลดความเสี่ยงไม่ได้จบที่การทำเอกสารให้ถูกต้อง แต่ต้องมีระบบติดตามหลังจากนั้นด้วย นายจ้างควรมีข้อมูลวันหมดอายุ เอกสารที่ต้องใช้ ผู้รับผิดชอบ สถานะงาน และหลักฐานการแจ้งเข้าออกที่ตรวจสอบย้อนหลังได้.
แจ้งวันหมดอายุผ่าน Line
ช่วยให้นายจ้างรู้ล่วงหน้าว่าแรงงานคนใดต้องต่อเอกสาร ลดงานเร่งและลดความเสี่ยงเอกสารขาดอายุ.
ระบบแรงงานของฉันผ่าน App Line
ช่วยรวมข้อมูลแรงงาน เอกสาร และสถานะงานไว้ในช่องทางที่ฝ่ายบุคคลเข้าถึงได้ง่าย.
หากนายจ้างต้องการวางระบบเอกสารแรงงานต่างด้าวให้ชัดขึ้น สามารถดูช่องทางติดต่อและจุดรับเอกสารได้ที่ passport.co.th
บทสรุปสำหรับนายจ้าง
ต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้าน เป็นเรื่องที่ต้องตรวจจากเอกสารจริง ไม่ควรดูแค่ตำแหน่งงานในบริษัทหรือความจำเป็นของร้าน. จุดที่ต้องผ่านพร้อมกันคือ นายจ้างเข้าเงื่อนไข กิจการมีเอกสารรองรับ จำนวนแรงงานไม่เกินสัดส่วน และใบอนุญาตทำงานระบุสิทธิขายของหน้าร้านถูกต้อง.
ถ้านายจ้างยังไม่แน่ใจว่าแรงงานของตนทำหน้าที่หน้าร้านได้หรือไม่ ให้ตรวจเอกสารก่อนเริ่มงาน และหากต้องการดำเนินการเปลี่ยนหรือเพิ่มประเภทงาน สามารถติดต่อทีม Global Events เพื่อช่วยตรวจชุดเอกสารและเลือกจุดรับเอกสารใกล้คุณได้ที่ หน้า ติดต่อเรา.












