เปลี่ยนใบอนุญาตทำงานเป็นงานขายของหน้าร้านสำหรับแรงงานต่างด้าว

เปลี่ยนใบอนุญาตทำงานเป็นงานขายของหน้าร้าน | บริการยื่นแทนนายจ้าง

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

บริการนายจ้างและแรงงานต่างด้าว

เปลี่ยนใบอนุญาตทำงานเป็นงานขายของหน้าร้าน: เอกสาร เงื่อนไข และบริการยื่นแทนนายจ้าง

เปลี่ยนใบอนุญาตทำงานเป็นงานขายของหน้าร้าน เป็นขั้นตอนสำคัญเมื่อนายจ้างต้องการให้แรงงานต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้านอย่างถูกประเภท ไม่ใช่เพียงเปลี่ยนคำในเอกสาร แต่ต้องตรวจเงื่อนไขของแรงงาน ตรวจประเภทกิจการ ตรวจเอกสารนายจ้าง และยื่นขออนุญาตให้ตรงกับงานจริงก่อนเริ่มทำงานขาย

บริการนี้เหมาะกับนายจ้างที่ต้องการให้ทีมงานช่วยตรวจเอกสาร เตรียมคำขอ ยื่นงาน และติดตามผลอย่างเป็นระบบ โดยแจ้งโครงสร้างราคาแยกชัดเจน: ค่าบริการ 1,000 บาท ค่าธรรมเนียม 400 บาท และ VAT 7% เฉพาะค่าบริการ

เปลี่ยนใบอนุญาตทำงานเป็นงานขายของหน้าร้าน คืออะไร

การเปลี่ยนใบอนุญาตทำงานเป็นงานขายของหน้าร้าน คือการขอให้แรงงานต่างด้าวได้รับอนุญาตทำงานให้ตรงกับลักษณะงานขายของหน้าร้าน เช่น การขายสินค้า รับลูกค้า ดูแลสินค้า จัดเรียงสินค้า หรือทำงานหน้าร้านตามที่นายจ้างมอบหมาย หากใบอนุญาตทำงานเดิมระบุอาชีพหรือประเภทงานอื่น นายจ้างควรตรวจสอบและดำเนินการเปลี่ยนประเภทงานก่อนให้แรงงานทำหน้าที่ขายจริง

งานขายของหน้าร้านเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า เงินสด สต็อกสินค้า การสื่อสารภาษาไทย และภาพลักษณ์ของกิจการ จึงควรตรวจให้ครบทั้งเงื่อนไขของแรงงาน เงื่อนไขของนายจ้าง และเอกสารประกอบคำขอ ไม่ควรให้แรงงานทำงานไปก่อนแล้วค่อยแก้เอกสารภายหลัง เพราะอาจกระทบต่อความถูกต้องของการจ้างงาน

สรุปสั้น:
หากแรงงานต่างด้าวจะทำหน้าที่ขายของหน้าร้าน ควรตรวจว่าใบอนุญาตทำงานระบุประเภทงานถูกต้องแล้วหรือไม่ ถ้ายังไม่ตรง ควรยื่นเปลี่ยนประเภทงานให้เรียบร้อยก่อนเริ่มงาน

บริการยื่นเปลี่ยนใบอนุญาตทำงานเป็นงานขายของหน้าร้าน

เปลี่ยนใบอนุญาตทำงานเป็นงานขายของหน้าร้านสำหรับแรงงานต่างด้าว

ถ้านายจ้างต้องการให้แรงงานต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้านอย่างถูกประเภท ทีมงาน Passport ช่วยดูแลตั้งแต่ตรวจเอกสารเบื้องต้น จัดชุดคำขอ ยื่นงาน ติดตามผล และแจ้งสิ่งที่ต้องแก้ก่อนยื่นจริง เหมาะกับร้านค้าที่ต้องการลดเวลาจัดเอกสารเองและต้องการให้เอกสารตรงกับงานที่แรงงานทำจริง

ตรวจให้ก่อนรับยื่น

ตรวจ Passport, Visa, Work Permit, เอกสารนายจ้าง และลักษณะงานขายหน้าร้านก่อนเริ่มดำเนินการ

จัดชุดคำขอให้พร้อม

ช่วยแยกเอกสารแรงงาน เอกสารนายจ้าง รูปถ่าย และข้อมูลกิจการให้พร้อมก่อนยื่นจริง

ติดตามงานเป็นระบบ

ติดตามสถานะงานหลังยื่น และช่วยให้นายจ้างรู้ว่าควรรอผล แก้เอกสาร หรือเตรียมข้อมูลเพิ่มเติม

ค่าดำเนินการและ VAT

ค่าดำเนินการ 1,400 บาท/คน แบ่งเป็น ค่าบริการ 1,000 บาท และ ค่าธรรมเนียม 400 บาท

ค่าบริการยังไม่รวม VAT 7% ดังนั้นเมื่อออกใบกำกับภาษี ยอดชำระรวม VAT คือ 1,470 บาท/คน

ส่งเอกสารให้ตรวจเบื้องต้น

บริการนี้เหมาะกับนายจ้างแบบไหน

บริการเปลี่ยนใบอนุญาตทำงานเป็นงานขายของหน้าร้านเหมาะกับนายจ้างที่มีแรงงานต่างด้าวถูกต้องอยู่แล้ว แต่ต้องการให้แรงงานทำหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานขาย หน้าร้าน หรือกิจการค้าปลีก โดยต้องการให้เอกสารตรงกับงานจริง ลดความเสี่ยงจากการใช้แรงงานผิดประเภท และมีผู้ช่วยตรวจเอกสารก่อนยื่น

  • ร้านค้า ร้านขายของชำ ร้านวัสดุ ร้านอาหาร หรือกิจการบริการ: มีแรงงานที่ต้องดูแลสินค้า รับออเดอร์ หรือช่วยงานหน้าร้าน
  • นายจ้างที่เปลี่ยนหน้าที่แรงงาน: จากงานเดิม เช่น กรรมกร งานหลังร้าน หรืองานสนับสนุน มาเป็นงานขายของหน้าร้าน
  • กิจการที่ต้องการเอกสารเป็นระบบ: ต้องการตรวจ Passport, Visa, Work Permit, เอกสารกิจการ และเอกสารนายจ้างก่อนยื่นจริง
  • ฝ่ายบุคคลที่ดูแลแรงงานหลายคน: ต้องการติดตามวันหมดอายุ สถานะเอกสาร และหลักฐานการยื่นงานให้ตรวจสอบย้อนหลังได้

ตัวอย่างกรณีที่ควรตรวจเรื่องงานขายของหน้าร้าน

เปลี่ยนใบอนุญาตทำงานเป็นงานขายของหน้าร้านสำหรับแรงงานต่างด้าว

นายจ้างหลายรายไม่ได้ตั้งใจใช้แรงงานผิดประเภท แต่ลักษณะงานจริงค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามความต้องการของร้าน เช่น จากช่วยยกของ กลายเป็นช่วยรับลูกค้า จากช่วยหลังร้าน กลายเป็นประจำเคาน์เตอร์ หรือจากช่วยจัดสินค้า กลายเป็นขายสินค้าเต็มเวลา กรณีเหล่านี้ควรตรวจใบอนุญาตทำงานก่อนให้หน้าที่ใหม่เป็นงานประจำ

จากงานหลังร้านมาอยู่หน้าร้าน

ถ้าแรงงานเดิมทำงานยกของ จัดของ ล้างจาน หรือช่วยคลังสินค้า แต่เริ่มรับลูกค้า รับเงิน หรือแนะนำสินค้า ควรตรวจว่าเอกสารรองรับงานขายหรือยัง

เปิดสาขาหรือจุดขายใหม่

เมื่อนายจ้างย้ายแรงงานไปช่วยสาขาใหม่ จุดขายใหม่ หรือพื้นที่ขายคนละแห่ง ควรตรวจทั้งสถานที่ทำงานและประเภทงานให้ตรงกับงานจริง

เพิ่มหน้าที่รับลูกค้า

ถ้าแรงงานเริ่มตอบคำถามลูกค้า รับออเดอร์ เช็กสินค้า แนะนำราคา หรือสื่อสารกับลูกค้าหน้าร้านเป็นประจำ งานอาจเข้าใกล้ลักษณะงานขายมากขึ้น

เปลี่ยนนโยบายจัดคนในร้าน

บางร้านเริ่มให้แรงงานเวียนตำแหน่ง ทำทั้งหลังร้าน หน้าร้าน และจุดขาย ควรกำหนดหน้าที่หลักให้ชัด เพื่อให้เอกสารสะท้อนงานจริงมากที่สุด

หากไม่แน่ใจว่าหน้าที่ใหม่เป็นงานขายของหน้าร้านหรือยัง วิธีที่ปลอดภัยคือส่งรายละเอียดงานจริงให้ตรวจ เช่น สถานที่ทำงาน รายการสินค้า หน้าที่ประจำ ชั่วโมงทำงาน ผู้ควบคุมงาน และเอกสารอนุญาตเดิม เพื่อแยกว่าควรยื่นเปลี่ยนประเภทงานทันทีหรือควรตรวจข้อมูลเพิ่มเติมก่อน

เงื่อนไขสำคัญก่อนเปลี่ยนใบอนุญาตทำงานเป็นงานขายของหน้าร้าน

จากแนวทางในหน้าเดิม งานขายของหน้าร้านมีเงื่อนไขที่นายจ้างควรตรวจล่วงหน้า โดยเฉพาะประเภทการเข้ามาของแรงงาน ความสามารถในการสื่อสาร และสถานะของกิจการนายจ้าง ข้อเท็จจริงแต่ละรายอาจต่างกัน จึงควรตรวจเอกสารรายคนก่อนสรุปว่ายื่นได้ทันที

  1. แรงงานต้องเข้ามาถูกต้องตามกฎหมาย: โดยทั่วไปกลุ่มแรงงาน MOU ที่ควรตรวจ ได้แก่ เมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม พร้อมเอกสารประจำตัวและสถานะการอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักร
  2. แรงงานควรสื่อสารภาษาไทยได้: เพราะงานขายหน้าร้านต้องติดต่อกับลูกค้า รับคำสั่งซื้อ อธิบายสินค้า และประสานงานกับนายจ้าง
  3. นายจ้างควรมีหลักฐานกิจการพาณิชย์: เช่น ทะเบียนพาณิชย์ หนังสือรับรองนิติบุคคล ใบอนุญาต หรือหนังสือรับรองที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ
  4. ต้องได้รับอนุญาตก่อนทำงานจริง: หากใบอนุญาตทำงานยังไม่ตรงกับงานขายของหน้าร้าน ไม่ควรให้แรงงานเริ่มทำงานขายก่อนการอนุญาต

นายจ้างสามารถตรวจข้อมูลทางการเพิ่มเติมได้จาก ระบบ e-WorkPermit ของกรมการจัดหางาน และเว็บไซต์ กรมการจัดหางาน ควบคู่กับการตรวจเอกสารจริงของแรงงานแต่ละคน

เอกสารที่ต้องใช้ของคนต่างด้าว

เปลี่ยนใบอนุญาตทำงานเป็นงานขายของหน้าร้านสำหรับแรงงานต่างด้าว

การเตรียมเอกสารของแรงงานให้ครบตั้งแต่ต้นช่วยลดงานตีกลับ ลดเวลารอ และช่วยให้การเปลี่ยนใบอนุญาตทำงานเป็นงานขายของหน้าร้านเดินต่อได้เร็วขึ้น เอกสารหลักที่หน้าเดิมระบุไว้ ได้แก่

  • หนังสือเดินทาง Passport : ตรวจชื่อ นามสกุล เลขหนังสือเดินทาง และวันหมดอายุให้ตรงกับเอกสารอื่น
  • หลักฐานการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร Visa: ตรวจประเภทวีซ่าและวันอนุญาตอยู่ในไทย
  • ใบอนุญาตทำงาน Work Permit: ตรวจนายจ้าง สถานที่ทำงาน ประเภทงาน และวันหมดอายุเดิม
  • รูปถ่าย 1 นิ้วครึ่ง พื้นหลังขาว : เตรียมรูปใหม่ที่เห็นใบหน้าชัดเจนและเหมาะกับเอกสารราชการ

หากแรงงานมีการเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนหนังสือเดินทาง เปลี่ยนที่อยู่ หรือมีเอกสารเดิมไม่ตรงกัน ควรแจ้งก่อนยื่น เพราะอาจต้องตรวจเอกสารเพิ่มเติมเป็นรายกรณี

เอกสารที่ต้องใช้ของนายจ้าง

เอกสารของนายจ้างใช้ยืนยันตัวตน ความเป็นเจ้าของกิจการ และความเกี่ยวข้องกับการจ้างงาน ดังนั้นควรใช้เอกสารล่าสุด อ่านได้ชัดเจน และตรงกับข้อมูลกิจการจริง เอกสารที่ควรเตรียม ได้แก่

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของนายจ้างหรือผู้มีอำนาจ: ใช้ยืนยันตัวตนผู้จ้างหรือผู้ลงนาม
  • สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล: ใช้ในกรณีนายจ้างเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือองค์กรที่มีทะเบียนนิติบุคคล
  • ทะเบียนพาณิชย์ ใบอนุญาต หรือหนังสือรับรองการประกอบกิจการ: ใช้ยืนยันว่ากิจการมีลักษณะเกี่ยวข้องกับงานขายของหน้าร้าน
  • แบบรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล: ใช้ประกอบการพิจารณาตามกรณีของกิจการ
  • แบบรายการส่งเงินสมทบ หรือหนังสือรับรองการจ้างงานคนไทย: ใช้ประกอบข้อมูลด้านการจ้างงานตามที่หน่วยงานกำหนด

ถ้านายจ้างเป็นร้านค้าขนาดเล็ก แผงค้า หรือกิจการที่มีเอกสารรับรองเฉพาะประเภท ควรให้เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารก่อน เพื่อแยกว่าต้องใช้ทะเบียนพาณิชย์ ใบอนุญาต หนังสือรับรอง หรือเอกสารราชการรูปแบบใด

เช็กลิสต์ก่อนยื่นเปลี่ยนใบอนุญาตทำงานเป็นงานขายของหน้าร้าน

ก่อนส่งเอกสารให้นำทุกชุดมาตรวจพร้อมกัน เพราะปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเอกสารขาดเพียงรายการเดียว แต่เกิดจากข้อมูลในเอกสารแต่ละใบไม่ตรงกัน เช่น ชื่อ สกุล วันเกิด เลขพาสปอร์ต สถานที่ทำงาน หรือชื่อกิจการนายจ้าง

ตรวจข้อมูลแรงงาน

  • ตรวจสอบ ชื่อ นามสกุล วันเกิด สัญชาติ เพศ และ เลขพาสปอร์ต ให้ตรงกันทุกเอกสาร
  • ตรวจสอบ วันหมดอายุ Passport, Visa และ Work Permit ว่ายังเพียงพอต่อการยื่นงาน
  • ตรวจสอบ นายจ้าง สถานที่ทำงาน และ ประเภทงาน เดิม ว่าตรงกับข้อมูลในระบบหรือไม่
  • ตรวจสอบว่าแรงงาน เข้าใจงานขาย หน้าร้าน การสื่อสารกับลูกค้า และขอบเขตหน้าที่จริง

ตรวจข้อมูลนายจ้าง

  • ตรวจสอบ ชื่อกิจการ ที่อยู่กิจการ เลขทะเบียน และ ผู้มีอำนาจลงนาม ให้ตรงกับเอกสารล่าสุด
  • ตรวจสอบว่า กิจการ มีหลักฐานประกอบพาณิชยกิจ เช่น ทะเบียนพาณิชย์ ใบอนุญาต หรือหนังสือรับรอง
  • ตรวจสอบว่า สถานที่ทำงานจริง เป็นร้านค้า หน้าร้าน หรือจุดขายที่อธิบายได้ชัดเจน
  • ตรวจสอบว่า เอกสารภาษี และ เอกสารประกันสังคม ที่ใช้ประกอบยังอ่านได้ครบถ้วน

ตรวจขอบเขตงานขาย

  • ระบุว่าแรงงาน ขายสินค้า ประเภทใด ทำงานที่จุดขายใด และมีผู้ควบคุมงานเป็นใคร
  • แยกงานขาย หน้าร้าน ออกจากงานขับรถ งานช่าง งานผลิต หรือ งานอื่นที่ไม่ตรงประเภท
  • เตรียมคำอธิบายหน้าที่ให้ชัดว่าแรงงาน ดูแลลูกค้า จัดเรียงสินค้า รับออเดอร์ หรือช่วยหน้าร้านอย่างไร
  • หลีกเลี่ยงการให้แรงงานทำงานหลายบทบาท จนเอกสารไม่สะท้อนงานจริงที่นายจ้างมอบหมาย

เช็กลิสต์นี้ช่วยให้นายจ้างประเมินได้ก่อนว่าเอกสารพร้อมหรือยัง ถ้าพบข้อมูลไม่ตรงกัน ควรแก้ไขก่อนส่งยื่น ไม่ควรรีบยื่นโดยหวังให้เจ้าหน้าที่ช่วยแก้ภายหลัง เพราะอาจทำให้ระยะเวลาดำเนินการยาวขึ้นและต้องเตรียมเอกสารซ้ำ

สำหรับกิจการที่มีแรงงานหลายคน ควรทำทะเบียนควบคุมแยกตามแรงงานแต่ละราย เช่น เลขพาสปอร์ต วันหมดอายุวีซ่า วันหมดอายุใบอนุญาตทำงาน ประเภทงานเดิม ประเภทงานใหม่ วันที่ส่งเอกสาร วันที่ยื่น และวันที่ได้รับผล วิธีนี้ช่วยให้ฝ่ายบุคคลติดตามงานได้เป็นระบบมากขึ้น

ข้อมูลที่ควรส่งให้ทีมงานตรวจก่อนรับยื่น

เพื่อให้ประเมินเคสได้เร็ว นายจ้างควรส่งข้อมูลเบื้องต้นให้ครบก่อนนัดส่งเอกสารจริง การส่งข้อมูลล่วงหน้าช่วยลดการเดินทางซ้ำ ลดการถ่ายเอกสารผิดชุด และช่วยให้ทีมงานแจ้งได้เร็วขึ้นว่าเอกสารใดพร้อม เอกสารใดต้องแก้ และข้อมูลใดต้องยืนยันเพิ่มเติม

ข้อมูลกิจการ

  • ชื่อกิจการ นายจ้าง เลขทะเบียน ที่อยู่ร้าน และ สาขาที่แรงงานจะทำงานจริง
  • รูปแบบกิจการ เช่น ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านวัสดุ ร้านขายของชำ หรือจุดขายหน้าร้าน
  • สาขา จังหวัด ผู้จัดการร้าน จุดปฏิบัติงาน เวลาเข้างาน และรูปหน้าร้าน

ข้อมูลแรงงาน

  • ชื่อแรงงาน สัญชาติ เลขพาสปอร์ต และวันหมดอายุพาสปอร์ต
  • วันหมดอายุวีซ่า วันหมดอายุใบอนุญาตทำงาน และสถานะนายจ้างปัจจุบัน
  • ประเภทงานเดิมใน Work Permit และประเภทงานใหม่ที่ต้องการเปลี่ยน

ขอบเขตงาน

  • หน้าที่ประจำ เช่น ขายสินค้า จัดเรียงสินค้า รับออเดอร์ หรือดูแลลูกค้า
  • ข้อมูลเคาน์เตอร์ จุดขาย พื้นที่ขายจริง และผู้ควบคุมงานในร้าน
  • ข้อจำกัดเร่งด่วน เช่น วันเริ่มงาน เอกสารใกล้หมดอายุ หรือคิวเปิดร้าน

ชุดเอกสาร

  • Passport, Visa, Work Permit และรูปถ่ายของแรงงาน
  • ทะเบียนพาณิชย์ หนังสือรับรอง ภาษี และเอกสารประกันสังคมของนายจ้าง
  • ผู้ประสานงาน เบอร์โทร ไลน์ อีเมล เลขที่ร้าน และแผนที่ร้าน

เมื่อส่งข้อมูลครบ ทีมงานจะช่วยแยกประเด็นให้ชัดว่า งานขาย หน้าร้าน ของแรงงานรายนั้น พร้อมยื่นหรือไม่ ต้องแก้เอกสารใดก่อน หรือควรตรวจเงื่อนไขกับหน่วยงานราชการเพิ่มเติม การคัดกรองตั้งแต่ต้นช่วยให้นายจ้างวางแผน คนทำงาน เวลาเปิดร้าน ค่าใช้จ่าย และ เอกสารประกอบ ได้แม่นยำกว่าเดิม สำหรับร้านที่มีหลายสาขา ควรแจ้ง สาขา จังหวัด ผู้จัดการร้าน จุดปฏิบัติงาน เวลาเข้างาน ผู้ประสานงาน เบอร์โทร ไลน์ อีเมล เลขที่ร้าน แผนที่ร้าน และ รูปหน้าร้าน ให้ครบตั้งแต่ครั้งแรก

ขั้นตอนบริการยื่นเปลี่ยนใบอนุญาตทำงาน

เปลี่ยนใบอนุญาตทำงานเป็นงานขายของหน้าร้านสำหรับแรงงานต่างด้าว

Passport ช่วยดูแลขั้นตอนเอกสารเพื่อให้นายจ้างตรวจงานได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่ตรวจข้อมูลเดิมจนถึงติดตามสถานะหลังยื่น โดยลำดับงานที่ควรวางไว้มีดังนี้

1. ตรวจประเภทงานเดิม

ตรวจ Work Permit เดิม นายจ้างเดิม ประเภทงาน สถานที่ทำงาน และวันหมดอายุ

2. ตรวจเงื่อนไขงานขาย

เช็กว่าแรงงานและกิจการเข้าเงื่อนไขงานขายของหน้าร้านหรือไม่ก่อนรับยื่น

3. เตรียมเอกสารคำขอ

จัดเอกสารแรงงาน เอกสารนายจ้าง รูปถ่าย และข้อมูลประกอบให้ตรงกัน

4. ยื่นและติดตามผล

ยื่นงานตามช่องทางที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานะ และแจ้งผลให้นายจ้างทราบ

ระยะเวลาดำเนินการโดยทั่วไปตามหน้าเดิมคือ 7-14 วัน หลังได้รับเอกสารครบและไม่มีประเด็นต้องแก้ไขเพิ่มเติม ระยะเวลาจริงอาจเปลี่ยนตามคิวงาน เอกสารรายกรณี และขั้นตอนของหน่วยงาน

รายละเอียดค่าดำเนินการเปลี่ยนใบอนุญาตทำงาน

ค่าดำเนินการ 1,400 บาท/คน ประกอบด้วย ค่าบริการ 1,000 บาท และ ค่าธรรมเนียม 400 บาท

ค่าบริการ 1,000 บาทยังไม่รวม VAT 7% หรือ 70 บาท หากออกใบกำกับภาษี ยอดชำระรวม VAT คือ 1,470 บาท/คน

กรณีเอกสารไม่ครบ ข้อมูลไม่ตรงกัน ต้องแก้ไขเอกสารเดิม หรือมีเงื่อนไขพิเศษ อาจต้องประเมินรายละเอียดก่อนรับยื่นจริง เพื่อไม่ให้นายจ้างเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายซ้ำ

ความเสี่ยงถ้าให้แรงงานทำงานขายก่อนเปลี่ยนประเภทงาน

ถ้าแรงงานต่างด้าวทำงานไม่ตรงกับประเภทงานที่ได้รับอนุญาต นายจ้างและแรงงานอาจมีความเสี่ยงทั้งด้านกฎหมาย เอกสาร และการบริหารคน การแก้หลังเกิดปัญหามักใช้เวลามากกว่าการตรวจให้ถูกตั้งแต่ต้น

  • เสี่ยงถูกมองว่าใช้แรงงานผิดประเภท: เพราะงานที่ทำจริงไม่ตรงกับใบอนุญาตทำงาน
  • เสี่ยงเอกสารตีกลับหรือต้องแก้หลายรอบ: หากข้อมูลนายจ้าง กิจการ หรือประเภทงานไม่ตรงกัน
  • เสี่ยงกระทบการต่อเอกสารครั้งถัดไป: เมื่อประวัติการอนุญาตหรือข้อมูลการจ้างงานไม่ต่อเนื่อง
  • เสี่ยงเสียเวลาในการทำธุรกิจ: โดยเฉพาะร้านค้าที่ต้องใช้คนขายหน้าร้านทุกวัน

หน้าเดิมอ้างอิงบทกำหนดโทษตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว นายจ้างจึงควรตรวจบทกำหนดโทษปัจจุบันกับหน่วยงานราชการหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจให้แรงงานเริ่มทำงานที่ยังไม่ได้รับอนุญาต

ทำไมควรให้ Passport ช่วยดูแลงานเอกสาร

งานเอกสารแรงงานต่างด้าวไม่ได้จบที่การยื่นคำขอครั้งเดียว นายจ้างต้องติดตามวันหมดอายุ สถานะเอกสาร และการทำงานจริงของแรงงานให้ต่อเนื่อง Passport จึงเน้นระบบติดตามที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่เพียงรับเอกสารแล้วรอผล

เปลี่ยนใบอนุญาตทำงานเป็นงานขายของหน้าร้านสำหรับแรงงานต่างด้าว

ระบบแจ้งวันหมดอายุผ่าน Line

ช่วยให้นายจ้างรู้กำหนดเอกสารล่วงหน้า ลดความเสี่ยงลืมต่ออายุหรือปล่อยให้เอกสารขาด

ระบบแรงงานของฉันบน Line

ช่วยให้นายจ้างดูข้อมูลแรงงาน เอกสาร และสถานะที่เกี่ยวข้องได้สะดวกขึ้น

ตรวจสอบการทำงานผ่าน QR-Code

ช่วยให้การติดตามงานเอกสารมีหลักฐานและตรวจสอบสถานะได้ง่ายกว่าการตามงานด้วยการโทรอย่างเดียว

ถ้าต้องการส่งเอกสารหรือสอบถามก่อนยื่นจริง สามารถไปที่ หน้าติดต่อและจุดรับเอกสารของ Passport เพื่อเลือกช่องทางที่สะดวกที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

ต้องเปลี่ยนใบอนุญาตทำงานก่อนให้แรงงานขายของหน้าร้านไหม

ควรเปลี่ยนให้ตรงประเภทงานก่อนเริ่มทำงานจริง หากใบอนุญาตทำงานเดิมไม่ได้ระบุงานขายของหน้าร้าน นายจ้างควรตรวจและยื่นขอเปลี่ยนประเภทงานให้เรียบร้อยก่อนมอบหมายงานขาย

ใช้เวลาดำเนินการกี่วัน

หน้าเดิมระบุระยะเวลาดำเนินการ 7-14 วัน โดยนับจากเอกสารครบและไม่มีประเด็นต้องแก้ไขเพิ่มเติม ระยะเวลาจริงอาจขึ้นกับคิวงานและการตรวจเอกสารรายกรณี

ค่าดำเนินการคิดอย่างไร และรวม VAT แล้วหรือยัง

ค่าดำเนินการ 1,400 บาท/คน แบ่งเป็นค่าบริการ 1,000 บาท และค่าธรรมเนียม 400 บาท โดยค่าบริการยังไม่รวม VAT 7% หากออกใบกำกับภาษี ยอดชำระรวม VAT คือ 1,470 บาท/คน

แรงงานทุกสัญชาติสามารถเปลี่ยนเป็นงานขายของหน้าร้านได้หรือไม่

ควรตรวจตามสถานะการเข้ามาและเงื่อนไขปัจจุบันของแรงงานแต่ละคน หน้าเดิมอ้างอิงกลุ่มแรงงาน MOU เมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม แต่ก่อนยื่นจริงควรตรวจเอกสารกับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง

นายจ้างบุคคลธรรมดายื่นได้ไหม

ยื่นได้หรือไม่ขึ้นกับเอกสารกิจการและลักษณะการประกอบพาณิชยกิจ เช่น ทะเบียนพาณิชย์ ใบอนุญาต หรือหนังสือรับรองที่เกี่ยวข้อง ควรส่งเอกสารให้ตรวจเงื่อนไขก่อนยื่น

ถ้าแรงงานทำงานขายอยู่แล้วแต่ใบอนุญาตยังไม่ตรง ควรทำอย่างไร

ควรรีบตรวจเอกสาร หยุดมอบหมายงานที่ไม่ตรงประเภทหากมีความเสี่ยง และยื่นเปลี่ยนประเภทงานให้ถูกต้อง ไม่ควรรอให้ถึงรอบต่ออายุหรือรอจนเกิดปัญหาก่อนแก้ไข

Passport ช่วยอะไรบ้างในบริการนี้

Passport ช่วยตรวจเอกสารแรงงาน ตรวจเอกสารนายจ้าง เตรียมคำขอ ยื่นงาน ติดตามสถานะ และช่วยให้นายจ้างมีระบบติดตามเอกสารผ่าน Line และ QR-Code เพื่อลดงานตกหล่น

ต้องการเปลี่ยนใบอนุญาตทำงานเป็นงานขายของหน้าร้าน

ส่งข้อมูลแรงงานและเอกสารนายจ้างให้ทีมงานตรวจเบื้องต้นก่อนยื่นจริง เพื่อแยกว่ากรณีของคุณยื่นได้ทันที ต้องแก้เอกสารก่อน หรือมีเงื่อนไขพิเศษที่ควรตรวจเพิ่ม

ไปที่หน้าติดต่อและจุดรับเอกสาร